2 มี.ค. 2569 | 111
รายงานโดย สิรสิทธิ์ ตติยภัณฑรักษ์ [#RETAILman | #RETAILmanX]
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เครือข่ายร้านค้าปลีกสมัยใหม่อันดับหนึ่งของไทยและเวียดนาม แจ้งกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 17% จากไทย-เวียดนาม และรายงานสรุปรายได้ผลประกอบการปี 2568 ด้วยรายได้ 253,165 ล้านบาท กำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุง 7,432 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าต่อเนื่องเสริมแกร่ง Ecosystem ผ่านกลยุทธ์ “New Heights, Next Growth” เพื่อขับเคลื่อนตลาดหลักไทย-เวียดนามเต็มสูบ อีกทั้งยังเตรียมเสนอจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.11 บาท

คุณปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปี 2568 เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ภาพรวมในภาคค้าปลีก-ค้าส่ง จะเต็มไปด้วยความท้าทาย และแรงกดดันจากรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว แต่เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ยังสามารถรับมือความผันผวนในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ภายใต้กลยุทธ์ ‘New Heights, Next Growth’ ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Multi-Category และ Multi-Format ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจแฟชั่น, กลุ่มธุรกิจฟู้ด, กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์, และกลุ่มธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ โดยผสานแพลตฟอร์มออมนิแชแนล (Omni-Channel) ของเครือฯ”
“ทั้งนี้ เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง อันมาจากการควบคุมต้นทุน, การบริหารโครงสร้างเงินทุน, และการบริหารกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) มีสภาพคล่องที่มั่นคงและยังมีอัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจากรายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (ไม่รวมประเทศอิตาลี) เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) สามารถสร้างรายได้รวมทั้งปี 2568 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 253,165 ล้านบาท (+4% YoY) โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 71,162 ล้านบาท (+12% YoY) อีกทั้งสามารถสร้างกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงทั้งปี 2568 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 7,432 ล้านบาท (-6% YoY) โดยเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 2,729 ล้านบาท (+17% YoY)”
“นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 1.11 บาทต่อหุ้น ซึ่งแบ่งเป็นเงินปันผลจากผลประกอบการประจำปี โดยเป็นการจัดสรรผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติซึ่งไม่นับรวมผลขาดทุนจากการด้อยค่าการลงทุนซึ่งเป็นรายการตั้งด้อยค่าที่ไม่ใช่เงินสดครั้งเดียว 0.53 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษจากการขายห้างสรรพสินค้า Rinascente ในอัตรา 0.58 บาทต่อหุ้น (จ่ายครั้งที่ 2) ทั้งนี้หากรวมการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากการขายห้างสรรพสินค้า Rinascente เมื่อครั้งที่ 1 ซึ่งจ่ายเมื่อปี 2568 จำนวน 0.70 บาทต่อหุ้นด้วยนั้น จะทำให้บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลรวม 1.81 บาทต่อหุ้น”

ไฮไลต์สำคัญในปี 2568 คือ การปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ของเครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ด้วยการมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง อันประกอบด้วย; ประเทศไทย, ประเทศเวียดนาม, และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่น โดยสร้างการเติบโตระยะยาวและต่อยอดศักยภาพระหว่างธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ซึ่งยังมีไฮไลต์ความสำเร็จของธุรกิจตลอดปี 2568 ดังนี้;
1.การยกระดับและขยายเครือข่ายสาขาเชิงกลยุทธ์ เพื่อครองความเป็นผู้นำในทุกภูมิภาค อาทิ;
• การปรับโฉมห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางรัก (CENTRAL BANGRAK)
• การเปิดสาขาใหม่ของท็อปส์ (Tops) รวม 9 แห่ง และยกระดับสาขาเดิมอีก 3 สาขาสู่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ (Tops Food Hall)
• โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ได้มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 4 แห่ง
• ไทวัสดุ (ThaiWatsadu) ขยายสาขาเพิ่มอีก 3 สาขา
• ธุรกิจในประเทศเวียดนามได้สร้างความสำเร็จผ่านการขยายสาขาศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตโก! (GO!) สาขาใหม่รวมจำนวน 2 แห่ง พร้อมทั้งรีโนเวตยกระดับไฮเปอร์มาร์เก็ตโก! (GO!) สาขาเดิมสู่รูปแบบสาขา Flagship เต็มรูปแบบอีกจำนวน 2 แห่ง โดยเครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) มุ่งมั่นเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อครองความเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจ Family Mall ภายในประเทศเวียดนาม

2.การขับเคลื่อนการเติบโตผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจร อาทิ;
• การเร่งขยายสาขาของธุรกิจออโต้วัน (Auto1) ที่กำลังเป็น New Growth Engine ให้กับเครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) โดยจะเพิ่มสาขาใหม่ถึง 13 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมทำเลศักยภาพทั่วไทย
• รุกโมเดลไฮบริดกับธุรกิจท็อปส์ เดลี่ (Tops Daily) ที่ผสานความครบครันของร้านท็อปส์ ไวน์ เซลล่าร์ (Tops WINE CELLAR), แผนกลุคส์ (LOOKS), และร้านเดอะเบคเกอร์ คาเฟ่ (The Baker Café) เข้าด้วยกันภายในร้านจนสามารถเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อวันได้ถึง 2 เท่า ซึ่งดึงทราฟฟิกให้เติบโตแบบก้าวกระโดด
• เพาเวอร์บาย (Power Buy) จะเปิดตัวร้านคอนเซปต์ใหม่ “Tech Retail Experience” นำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อัจฉริยะแบบครบวงจร
• ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ (ROBINSON Lifestyle) เปิดตัวโมเดลใหม่ในรูปแบบ Night Markets และ Outdoor Zone เพื่อเป็น Magnet ในการดึงทราฟฟิกและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ SMEs ในชุมชน โดยเครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ทุก Life-Stage และ Lifestyle ให้กับลูกค้าทุกกลุ่มต่อไป
3.การเร่งขยายอีโคซิสเต็มกับระบบสมาชิกบนเดอะวัน (The1) Loyalty Platform โดยในประเทศไทยมียอดสมาชิกเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 23 ล้านคน พร้อมต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวมายังประเทศเวียดนาม ซึ่งได้มีการเปิดตัวโปรแกรมสมาชิกเดอะวัน (The1) Loyalty Platform อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อให้เข้าใจอินไซต์ลูกค้าชาวเวียดนามอย่างลึกซึ้ง และสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ทั้งนี้ภายหลังการเปิดตัวเดอะวัน (The1) Loyalty Platform ภายในประเทศเวียดนาม ได้มียอดสมาชิกพุ่งสูงถึง 4.3 ล้านรายภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวเวียดนามมอบให้แก่เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail)

สำหรับนโยบายด้านความยั่งยืนของเครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ “Retail and Wholesale for All” ภายใต้ปรัชญา CRC Care ทั้ง 7 มิติ ผ่านการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 (พ.ศ.2593) ผ่านความสำเร็จในการระดมทุนสีเขียว ทั้งการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) เป็นรายแรกในธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งไทย และการจัดหาเงินทุนผ่านสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อก้าวสู่การเป็นค้าปลีก-ค้าส่งสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในไทยและเวียดนาม ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
คุณปเนต ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “และจากความมุ่งมั่นและความสำเร็จทั้งหมดนี้ ทำให้เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยกวาดรางวัลรวมกว่า 130 รางวัล จาก 59 เวทีทั้งเวทีในไทยและต่างประเทศ อาทิ; การติดทำเนียบ FORTUNE Southeast Asia 500 List, รางวัล Top 50 ASEAN Public Listed Companies, รางวัล Highly Commended Sustainability Awards จาก SET Awards 2025, การได้รับการรับรอง SET ESG Rating ในระดับ AAA เป็นต้น”
“นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม (Central Retail Vietnam) ยังครองอันดับ 1 ‘Top 10 บริษัทค้าปลีกที่น่าเชื่อถือ’ ต่อเนื่องถึง 5 ปีซ้อน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็น Central to Life และสร้างความเจริญในทุกพื้นที่ที่เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) เข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยปี 2568 ที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ Ecosystem เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) ที่สามารถรับมือกับความผันผวนรอบด้าน พร้อมทั้งก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง”

“ปี 2569 นี้ เครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) พร้อมที่จะเร่งเครื่องกลยุทธ์ ‘New Heights, Next Growth’ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในเครือฯ ควบคู่ไปกับความยั่งยืน, การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน, และการเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจในเครือฯ ให้พร้อมรับมือสถานการณ์และความท้าทาย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการค้าปลีก-ค้าส่งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนต่อไป”
1 มี.ค. 2569
ประเทศไทยตอกย้ำศักยภาพมาตรฐานระดับโลกด้านการแพทย์ความงามในงาน ThaiCosDerm Innovation Update 2026
2 มี.ค. 2569
ฮาตาริ ฉลอง 35 ปี ลุ้นทอง 5 บาท ‘ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’
2 มี.ค. 2569
ปังไม่ไหว “ฟอส-บุ๊ค” ประกาศ Sold Out 2 รอบ งาน “FORCE BOOK FUNTOPIA FANCON” เตรียมจัดเต็มทุกโชว์ 3-4 เม.ย.นี้
26 ก.พ. 2569
เที่ยวงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59 พบสินค้านานาชาติจาก 52 ประเทศทั่วโลกราคาพิเศษ วันนี้ -1 มี.ค. 69 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน
Copyright © www.thedailybangkok.com 2026 all rights reserved.
กำลังใช้งาน: ... คนเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ การจัดการคุกกี้