×

รัฐบาลย้ำมาตรการ “No ID, No Ads” ครอบคลุมผู้ลงโฆษณาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทุกแพลตฟอร์มที่เข้าเกณฑ์ ชูมาตรฐานเดียวกัน แต่ยืดหยุ่นวิธีพิสูจน์ตัวตน พร้อมติดตามผลลดโฆษณาหลอกลวงประชาชน

 26 ต.ค. 2569 เข้าชม 109

แชร์ แชร์
รัฐบาลย้ำมาตรการ “No ID, No Ads” ครอบคลุมผู้ลงโฆษณาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงทุกแพลตฟอร์มที่เข้าเกณฑ์ ชูมาตรฐานเดียวกัน แต่ยืดหยุ่นวิธีพิสูจน์ตัวตน พร้อมติดตามผลลดโฆษณาหลอกลวงประชาชน
วันนี้ (26 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเพิ่มเติมถึงมาตรการพิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้แนวทาง “No ID, No Ads” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ว่า รัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การกำกับดูแลของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มุ่งยกระดับความปลอดภัยของประชาชนจากอาชญากรรมออนไลน์ โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพิ่มภาระให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม แต่ต้องการให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมเปิดโอกาสให้แต่ละแพลตฟอร์มเลือกวิธีพิสูจน์ตัวตนที่เหมาะสมกับระบบของตนเอง โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
นางสาวลลิดากล่าวว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ลงโฆษณาในประเทศไทย แต่ครอบคลุมถึงผู้ลงโฆษณาจากต่างประเทศที่เผยแพร่โฆษณาเข้าถึงประชาชนในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ด้วย โดยแพลตฟอร์มสามารถใช้ระบบพิสูจน์ตัวตนที่มีอยู่แล้ว รวมถึงตรวจสอบเอกสารแสดงตนที่ออกโดยหน่วยงานรัฐต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้ลงโฆษณาไม่จำเป็นต้องเดินทางมายืนยันตัวตนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้เกี่ยวข้องได้เมื่อเกิดปัญหา โดยไม่สร้างอุปสรรคเกินความจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจและการโฆษณาข้ามประเทศ
สำหรับข้อสงสัยว่ามาตรการนี้ใช้เฉพาะแพลตฟอร์ม Meta หรือไม่ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า หลักเกณฑ์ไม่ได้กำหนดเฉพาะแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่ครอบคลุมผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ทุกรายที่เข้าเงื่อนไขตามประกาศ รวมถึง TikTok และแพลตฟอร์มอื่นที่อยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ โดยแต่ละแพลตฟอร์มสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีและกระบวนการพิสูจน์ตัวตนที่แตกต่างกันได้ ตราบใดที่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งภาครัฐจะประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและให้เกิดการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังมาตรการมีผลบังคับใช้ ภาครัฐจะประสานกับแพลตฟอร์มเพื่อติดตามประสิทธิผลของมาตรการ โดยพิจารณาทั้งสัดส่วนบัญชีผู้ลงโฆษณาที่ผ่านการพิสูจน์ตัวตน จำนวนและแนวโน้มการแจ้งโฆษณาหลอกลวง ความรวดเร็วในการตรวจสอบและจัดการโฆษณาที่มีปัญหา ตลอดจนความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดความเสียหาย โดยรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยของประชาชนและการลดความเสียหายจากการหลอกลวง มากกว่าการพิจารณาเพียงจำนวนบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้ว ทั้งนี้ หากแพลตฟอร์มไม่ดำเนินการตามมาตรการที่กฎหมายกำหนด และเกิดความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาจมีความรับผิดร่วมตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ โดยการพิจารณาความรับผิดต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ไม่ใช่การกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดโดยอัตโนมัติทุกกรณี
สำหรับประชาชนที่พบโฆษณาหลอกลวงหรือได้รับความเสียหาย ขอให้เก็บหลักฐานสำคัญ ได้แก่ ภาพหน้าจอและลิงก์โฆษณา ชื่อบัญชีผู้โฆษณา ข้อความสนทนา และหลักฐานการโอนเงิน พร้อมรีบติดต่อธนาคารและแจ้งความผ่านสายด่วน 1441 หรือระบบแจ้งความออนไลน์ รวมถึงแจ้งแพลตฟอร์มที่เผยแพร่โฆษณา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและติดตามผู้กระทำผิด โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสามารถขอข้อมูลจากแพลตฟอร์มตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวนได้ “รัฐบาลยืนยันว่ามาตรการ No ID, No Ads ไม่ได้มุ่งสร้างภาระให้ผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์ม แต่ต้องการปิดช่องว่างที่มิจฉาชีพใช้โฆษณาออนไลน์เข้าถึงประชาชน ไม่ว่าผู้ลงโฆษณาจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ หรือใช้แพลตฟอร์มใดที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ก็ต้องสามารถตรวจสอบตัวตนได้ โดยรัฐบาลจะวัดความสำเร็จจากการลดความเสี่ยงและความเสียหายของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างระบบโฆษณาออนไลน์ที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะเดินหน้าประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการและประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลดำเนินไปพร้อมกับการคุ้มครองประชาชนจากภัยอาชญากรรมออนไลน์

อัพเดทล่าสุด

  26 ต.ค. 2569
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยความคืบหน้าผู้ต้องหาลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งดอยปุย พบหลักฐานล็อกเป้า 7 ราย​ ด้าน​ จนท.อุทยานฯ​-​ตำรวจ-กำนัน​ ลุยตรวจพื้นที่อีกรอบ

  15 ต.ค. 2569
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ร่วมมือกับ ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย สนับสนุน กระทรวงการคลัง จัดเตรียมยานยนต์ไฟฟ้า เอ็กซ์เผิง ‘X9’ สำหรับใช้เป็นพาหนะเดินทางอย่างเป็นทางการ ในงานประชุมระดับโลกที่ประเทศไทย

  22 ต.ค. 2569
iQIYI เปิดม่านเสิร์ฟโมเม้นท์ชวนตกหลุมรัก “คอปเตอร์-แบงค์” ไปพร้อมกัน ใน iQIYI Original “Fool in Love คนโง่รักเข(ล)า”The First Fall Premiere Screening Event

  25 ต.ค. 2569
ชมพู่-เชอรี่-ไอซ์-จูเน่ นำทัพคนดังครองฟรอนต์โรว์ ใหม่-มิ้นท์-โยชิ เฉิดฉายบนรันเวย์ ELLE Fashion Week 2026 at ICONSIAM

เว็บไซต์ Thedailybangkok.com เป็นเว็บไซต์เพื่อ ข่าวสาร สาระ และ ความบันเทิง เพื่อสังคมไทย

ช่องทางติดต่อทีมงาน Thedailybangkok.com แนะนำ, ติชม, ฝากข่าวประชาสัมพันธ์, ติดต่อโฆษณา ติดต่อธุรกิจ : thedailybkk@gmail.com
เบอร์โทร : 090-328-2392

     

Copyright © www.thedailybangkok.com 2026 all rights reserved.

กำลังใช้งาน: ... คน