รายงานโดย สิรสิทธิ์ ตติยภัณฑรักษ์ [#RETAILman | #RETAILmanX]
ชมรมสมองใสใจสบาย ภายใต้ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แนะคนรุ่นใหม่สามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อดูแลสุขภาพ ให้ดีอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และเปลี่ยนทัศนคติจากโรค อัลไซเมอร์ที่เคยเป็นเรื่องของผู้สูงอายุให้เป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่ต้องดูแลตัวเองตั้งแต่วัยทำงาน เพราะการมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดสุขภาพสมองในอนาคต ชมรมสมองใสใจสบาย ภายใต้ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพ กรุงเทพมหานคร และบริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) จึงผนึกกำลังปลุกกระแสสังคมรับวันอัลไซเมอร์โลก 2569 ผ่านการเผยแพร่ความรู้ “อัลไซเมอร์ รู้จริง รู้ก่อน ป้องกันได้ เริ่มที่วันนี้” พร้อมนำเสนอทางออกเชิงรุกผ่าน 2 กิจกรรมหลัก คือ งานเสวนา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา และรายการออนไลน์ “คลินิกสมองใส” ที่พร้อมมอบความรู้และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพสมองจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ชมสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน สู่การเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤติสุขภาพที่คืบคลานเข้ามาใกล้ตัวคนรุ่นใหม่มากขึ้น


รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย ที่ปรึกษาชมรมสมองใสใจสบาย และนายกสมาคมโรคสมอง เสื่อมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมกว่า 57 ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านรายต่อปี โดยโรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมประมาณ 60-70% ของผู้ป่วยทั้งหมด”
“สำหรับประเทศไทยมีประชากรสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14 ล้านคนทั่วประเทศ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งมีการประมาณการว่าประเทศไทยพบความชุกของภาวะสมองเสื่อมในผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีร้อยละ 6-8 นั้นหมายถึงประเทศเรามีผู้ภาวะสมองเสื่อมประมาณ 8 แสนถึง 1 ล้านคนทั่วประเทศ”
“ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิดว่าการเสื่อมถอยของสมรรถภาพสมองเป็นเรื่องปกติที่จะเพิ่มขึ้นตามความชราภาพ โดยผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงบริการตรวจประเมินและรักษา รวมทั้งการขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ขาดแคลนงบประมาณและแผนแม่บทระยะยาวระดับประเทศในการรับมือภาวะสมองเสื่อม”
“การป้องกันภาวะสมองเสื่อมนั้นทำได้จริงแต่ต้องเริ่มต้นก่อนเกิดอาการ ซึ่งข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มผู้สูง อายุเพราะต้นตอสำคัญมาจากพฤติกรรมและวิถีการใช้ชีวิตของเราตั้งแต่วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นอดนอน, ปัญหานอนไม่หลับ, หูตึง, ความเครียดสะสมและเกิดภาวะซึมเศร้าที่ไม่ได้รับเยียวยา, การไม่ออกกำลังกาย, ไม่ควบคุมโรคประจำตัวประเภท NCD อย่างเบาหวาน-ความดันสูงและไขมันในเลือดสูง, การดื่มแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่, การโดดเดี่ยวทางสังคมหรือความเหงา ความบกพร่องทางสายตาและการสัมผัสมลพิษทางอากาศอย่างฝุ่น PM 2.5 รวมถึงการพึงพา AI และ Social Media ในการใช้ชีวิตหรือการทำงานมากเกินไปจนไม่ได้กระตุ้นสมอง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงและเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้สมองเสื่อมถอยสะสมในระยะยาว”
“ดังนั้นการสร้างการตระหนักรู้และหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหยุดการสะสมความเสี่ยง และเริ่มต้นดูแลสมองตั้งแต่ตอนที่ยังทำได้ ซึ่งเราอยากแนะนำให้เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 30+ ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองได้พัฒนามาถึงจุดสูงสุดแล้ว หลังจากช่วงอายุนั้นสมองก็จะเริ่มชรา และการเกิดขยะสารพิษอย่างอะไมรอยด์โปรตีนที่พบในโรคอัลไซเมอร์ก็เริ่มสะสมในสมองของคนที่จะกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ในช่วงสูงวัยก่อนมีอาการถึง 15-20 ปี และเป็นที่มาของการนำเสนอแคมเปญ รู้ตั้งแต่ Young อัลไซเมอร์ป้องกันได้ เริ่มตั้งแต่อายุ 30+ ในปีนี้”


รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในปี พ.ศ. 2548 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ให้ความ สำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันควบคู่กับการดูแลรักษาสุขภาพผู้สูงอายุตลอดมา โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัวในฐานะผู้ดูแลในระยะยาวอย่าง โรงพยาบาลฯ มีบริการแบบครบวงจรในการดูแลสุขภาพทุกระบบ เรามีศูนย์เชี่ยวชาญที่ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุบูรณาการครบวงจรอย่างศูนย์ความเป็นเลิศด้านการดูแลผู้สูงอายุ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี เรามีศูนย์บริการเฉพาะโรคที่พบในผู้สูงอายุ เช่น ศูนย์ความเป็นเลิศโรคหลอดเลือดสมอง, โรคพาร์กินสัน, โรคมะเร็ง, ศูนย์นิทราเวช, ศูนย์บริการเวชศาสตร์ฟื้นฟูและ Smart Gym สำหรับผู้สูงวัย, และศูนย์ดูแลปัญหาการได้ยินและสายตา รวมถึงคลินิกความจำ, คลินิกสมองเสื่อม, ศูนย์ฝึกสมอง, และศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อมที่ให้บริการปัญหาความเสื่อมถอยของสมอง โดยเฉพาะภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์เป็นประเด็นสุขภาพที่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สังคมไทยควรตระหนักและเตรียมรับมืออย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับแคมเปญของ Alzheimer Association International 2026 ที่รณรงค์ให้มีการจัดกิจกรรมในเดือนกันยายน โดยจัดให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็นวันอัลไซเมอร์โลก และรณรงค์ให้ประชากรโลกมีการตระหนักรู้เรื่องภาวะสมอง สร้างความเข้าใจและให้การสนับสนุนกับผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมและครอบครัว ลดการตีตราผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม”
“สำหรับงานในปีนี้มีธีมหลักคือ ‘ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งทำอะไรได้มากขึ้น การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ (The earlier you know, the more you can do: A dementia diagnosis matters)’ ดังนั้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ โดยศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม ชมรมสมองใสใจสบาย ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพ กรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน และภาคีเครือข่ายต่างๆ จึงได้จัดงานวันอัลไซเมอร์โลก ประจำปี 2569 ขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการวินิจฉัย การดูแลผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมรวมถึงผู้ดูแล และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม สร้างความเข้าใจเรื่องการป้องกันและการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านกิจกรรมต่างๆ”
นพ.ดร.ชาวิท ตันวีระชัยสกุล หัวหน้าศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “การรักษาโรคสมองเสื่อมต้องการการดูแลแบบองค์รวม ทั้งการรักษาโดยการใช้ยา, การรักษาไม่ใช้ยากับผู้ป่วยและครอบครัว, และการรักษาปัญหาความจำและการรู้คิดที่บกพร่อง ปัญหาพฤติกรรมและอาการทางจิตของผู้ป่วย ไปจนถึงการดูแลความบกพร่องของความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยที่การดูแลผู้ป่วยเกือบทุกขั้นตอนต้องอาศัยผู้ดูแลเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วย”
“ทางโรงพยาบาลฯ จึงได้จัดตั้งศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อมเพื่อเปิดให้บริการในการกระตุ้นฟื้นฟูสมองผู้ป่วยผ่านการทำกิจกรรมกลุ่ม, การสอนและอบรมญาติหรือผู้ดูแลถึงวิธีการและเทคนิคในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม รวมไปถึงการศึกษา วิจัยและสร้างนวัตกรรมในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม เพื่อส่งเสริมป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมผ่านชมรมสมองใสใจสบาย สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจในการดูแลสุขภาพจิตและสุขภาพสมอง อาทิ; การจัดเสวนา, ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ, การชมและวิพากษ์ภาพยนตร์ เป็นต้น ให้กับสมาชิกชมรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”


คุณเพชรพริ้ง สารสิน ประธานชมรมสมองใสใจสบาย กล่าวว่า “งานวันอัลไซเมอร์โลกของเราในปี 2569 นี้ได้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดหลักคือ ‘อัลไซเมอร์ รู้จริง รู้ก่อน ป้องกันได้ เริ่มที่วันนี้’ ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างการสื่อสารครอบคลุมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานให้รู้เท่าทันความเสี่ยงและป้องกันสุขภาพสมองของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ ควบคู่กับการเพิ่มทักษะในการสังเกตและช่วยดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันยังมุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่กลุ่มผู้สูงอายุที่ยังสุขภาพดีหรือเริ่มมีแนวโน้มความเสี่ยงให้สามารถดูแลสุขภาวะสมองและจิตใจของตนเอง เพื่อชะลอความเสื่อมได้อย่างยั่งยืน”
“ภายในงานปีนี้ชมรมสมองใสใจสบายได้เตรียมกิจกรรมและฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการหลากหลายรูปแบบ ภายใต้รูปแบบ Hybrid Event ทั้งการเข้าร่วมงาน Onsite ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และการรับชมผ่าน Facebook Live ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ครอบคลุมกิจกรรมสำคัญ ได้แก่;
• ฐาน Workshop Check สมอง-ใจ-การนอน-การได้ยิน: กิจกรรมคัดกรองความเสี่ยง ทดลองเล่นเกมฝึกสมอง และเรียนรู้นวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพสมอง
• เวทีเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญ: อัปเดตความรู้เรื่องโรคอัลไซเมอร์ เทคนิคการดูแลผู้ป่วย ผลกระทบจากปัญหาการนอนและการได้ยิน การรู้เท่าทันสื่อ และการวางแผนการดูแลล่วงหน้า
• กิจกรรมเสริมพลังสมองและจิตใจ: นำเสนอภาพรวมและบทสรุปของกิจกรรม
ที่ชมรมฯจัดให้กับสมาชิกตลอดปี 2569 ที่ผ่านมา โดยกรรมการและวิทยากรรับเชิญ
ของชมรมสมองใสใจสบาย นอกจากนี้ยังมีการแสดงบนเวทีที่มาจากกิจกรรมที่ชมรมจัดให้สมาชิก อย่าง ระบำตารีกีปัส การร้องเพลงประสานเสียงของกลุ่ม senior chorus
• เซสชันพิเศษ “Healthy Longevity for Lasting Memories”: ปิดท้ายการเรียนรู้ด้วยแนวคิด “ชีวิตยืนยาว ความทรงจำยั่งยืน” เพื่อจุดประกายให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และเริ่มต้นสร้างสุขภาวะที่ดีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีแขกรับเชิญเป็นศิลปินที่เป็นตัวอย่างของการสูงวัยโดยมีสุขภาพดี มีสมองและชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ อย่างศิลปินแห่งชาติด้สนการร้องเพลง คุณสุดาชื่นบาน คุณสุนทร สุจริตฉันต์ และคุณจั๊กจั่น เป็นต้น”
คุณวิกร ศรีวิกรม์ รองประธานชมรมสมองใสใจสบาย กล่าวว่า “การประเมินความเสี่ยงและวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มต้นคือหัวใจสำคัญในการชะลอภาวะสมองเสื่อมและเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วยและครอบครัว ชมรมฯ จึงมุ่งมั่นเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการแพทย์และเทคนิคการคัดกรองให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวผ่านสื่อออนไลน์ด้วยการจัดทำคลิปรายการ ‘คลินิกสมองใส By สมองใส ใจสบาย’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัยและมูลนิธิจุมภฎบริพัตรที่จะนำเสนอแนวทางในการดูแลสุขภาพสมองเพื่อห่างไกลภาวะสมองจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในรูปแบบที่เข้าใจง่ายครอบคลุมประเด็นคำถามใกล้ตัว แตกต่างจากรายการทั่วไปด้วยช่วงพิเศษ ‘จ่ายการบ้าน’ ที่ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำเทคนิคและกิจกรรมง่ายๆ ให้ผู้ชมสามารถนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเริ่มต้นดูแลสุขภาพสมอง จิตใจ และร่างกายให้แข็งแรงเชิงป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ”
“นอกจากนี้ชมรมยังมีนโยบายในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาให้มีความยั่งยืน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องการดูแลตนเองผ่านการสร้างกิจกรรมที่จะสร้างเสริมความยืดหยุ่นให้สมองและจิตใจของผู้สูงอายุและผู้ใหญ่วัยทำงานที่สนใจมาร่วมกันสร้าง Blue Zone Community ให้ทุกคนมีความรู้ใส่ใจในการดูแลโรคประจำตัวที่เป็นความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม การออกกำลังอย่างเหมาะสม การกินอาหารที่มีประโยชน์ การติดต่อสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัว หรือคนอื่นๆ ในสังคม การใช้ชีวิตแบบมีความหมายและมีเป้าหมาย เพื่อให้มีชีวิตและมีสมองที่ยืนยาว ตัวอย่างกิจกรรมที่ชมรมอยากจะสนับสนุนให้สมาชิกได้มีโอกาสเข้ามาร่วมในปีถัดไป เช่น กิจกรรมบอร์ดเกม, การร้องเพลงประสานเสียง, รำไทย, การออกกำลังกาย, การชมและวิพากษ์ภาพยนตร์, ปรุงอาหารรักษ์สมอง เป็นต้น”
