รายงานโดย สิรสิทธิ์ ตติยภัณฑรักษ์ [#RETAILman | #RETAILmanX]
เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมสุขภาพ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ (Clinical Intelligence Platform) โดยพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแพทย์ประเมินและค้นหาความเสี่ยงของโรคร่วม (Comorbidity) อย่างเป็นระบบ ซึ่งครอบคลุม 9 ระบบสำคัญของร่างกาย พร้อมช่วยให้แพทย์มองเห็นข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้รอบด้านยิ่งขึ้น และเชื่อมต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทาง รวมทั้งทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) ตามความเหมาะสม เพื่อยกระดับการดูแลให้แม่นยำ, ปลอดภัย, และต่อเนื่องมากขึ้น


การเปิดตัวแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวอันสำคัญของการเปลี่ยนผ่านระบบสุขภาพของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นอีกก้าวของพัฒนาการที่สำคัญของวงการแพทย์ไทย อันต่อยอดจากรากฐาน Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่แอปพลิเคชัน Health Up ที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพในโรงพยาบาลเครือข่ายได้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ไปจนถึงแอปพลิเคชัน Telecare ที่ขยายการเข้าถึงทางการแพทย์ผ่านบริการที่ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ทำให้การดูแลสุขภาพสามารถเชื่อมต่อกับผู้ป่วยได้ทั้งในและนอกโรงพยาบาลอย่างไร้รอยต่อ
อีกหนึ่งหมุดหมายอันสำคัญของการก้าวแห่งการพัฒนาการในครั้งนี้ คือแอปพลิเคชัน Health Up ที่มียอดดาวน์โหลดสะสมทะลุ 1 ล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัล และบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น
และจากรากฐานที่ทำให้การดูแลสุขภาพเข้าถึงและเชื่อมต่อได้มากขึ้น วันนี้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลกำลังก้าวไปอีกขั้นจาก Digital Health Ecosystem สู่ Intelligent Health Ecosystem ด้วยแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศในมิติของ Clinical Intelligence โดยผสานข้อมูลสุขภาพ ความชาญฉลาดทางคลินิก และความเชี่ยวชาญของแพทย์เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้แพทย์เข้าใจผู้ป่วยได้รอบด้าน และมองเห็นความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ได้เร็วขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลไปสู่การดูแลอันเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

จาก “โรคที่เห็น” สู่ “ความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่”
พันตำรวจตรี นายแพทย์อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า “ปัจจุบันโจทย์สุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้ป่วยหนึ่งคนอาจไม่ได้มีเพียงโรคเดียว แต่อาจมีโรคร่วมหรือปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน และบางความเสี่ยงอาจยังไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน การดูแลจึงต้องก้าวข้ามการมองเฉพาะโรคหรืออาการตรงหน้า ไปสู่การเข้าใจสุขภาพของผู้ป่วยอย่างเป็นองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทาง Value-Based Healthcare ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน
“กว่า 40 ปีของการดูแลผู้ป่วย ทำให้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลมีทั้งประสบการณ์ทางการแพทย์, ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์, และความเข้าใจ Patient Journey ซึ่งวันนี้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลกำลังนำรากฐานเหล่านั้นมาเชื่อมกับข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อให้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลรู้จักผู้ป่วยได้ดีขึ้น และมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น รวมทั้งเชื่อมต่อไปสู่การดูแลที่เหมาะสมยิ่งขึ้น สำหรับแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid จึงไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มใหม่ แต่เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับ Healthcare Ecosystem สู่ New Standard of Care โดยแนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับแนวคิด Partner for Life ที่มองบทบาทของโรงพยาบาลมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดความเจ็บป่วย แต่คือการเข้าใจและดูแลสุขภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอด Health Journey
“สำหรับ Partner for Life ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลนั้นไม่ใช่แค่การอยู่กับคนไข้ให้นานที่สุด แต่คือการรู้จักผู้รับบริการให้ดีพอที่จะมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น และเชื่อมไปสู่การดูแลที่เหมาะสมในทุกช่วงของชีวิต”

แพลตฟอร์ม Addwise Comorbid เปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็นข้อมูลที่มีความหมายต่อการดูแล
นายแพทย์เจตน์ จอห์น เทพทรงวัจจ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 2 และที่ปรึกษาฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ถูกพัฒนาขึ้นจากโจทย์สำคัญที่ต้องการยกระดับซอฟต์แวร์ที่ใช้ตรวจรักษาคนไข้ เพื่อให้แพทย์สามารถมองเห็นข้อมูลสุขภาพและประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและรอบด้านยิ่งขึ้น”
“แพลตฟอร์มนี้ได้พัฒนาจากการใช้ Review of Systems (ROS) มาช่วยในการประเมินอาการและความเสี่ยงของโรคร่วมอย่างเป็นระบบ โดย Algorithm ของซอฟต์แวร์ถูกพัฒนาโดยยึดหลักการของ Evidence-Based Medicine ซึ่งใช้ Clinical Practice Guideline ที่มีการตีพิมพ์และประกาศใช้ในปัจจุบัน เพื่อช่วยจัดระบบข้อมูล และชี้ให้แพทย์เห็นประเด็นความเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนนำไปประกอบการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม”
“คุณค่าของระบบไม่ได้อยู่เพียงว่าเทคโนโลยีฉลาดแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าสามารถช่วยให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและปลอดภัยขึ้นอย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์ม Addwise Comorbid จะทำหน้าที่เป็น Clinical Decision Support System โดยการประเมิน, วินิจฉัย, และตัดสินใจด้านการรักษายังคงอยู่ภายใต้ Clinical Judgment ของแพทย์ผู้ดูแล”

“Longevity Assistant” นวัตกรรมคนผสานเทคโนโลยี เชื่อม Clinical Intelligence สู่การดูแลที่ต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต
นายแพทย์ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เปิดเผยว่า “อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกระบวนการดูแลรักษาคือการยกระดับบุคลากรสู่บทบาท Longevity Assistant (LA) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Clinical Navigator ที่จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้ป่วย, แพทย์, และแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับฟัง, รวบรวมข้อมูลสุขภาพ, ตลอดจนความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ข้อมูลทุกมิติมีความครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด ก่อนส่งต่อสู่การประเมินและการตัดสินใจรักษาของแพทย์อย่างแม่นยำ”
“เมื่อแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ช่วยชี้ให้เห็นประเด็นความเสี่ยง แพทย์จะยังคงเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจทางคลินิค ขณะที่ Longevity Assistant จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและประสานกระบวนการดูแลตามแนวทางที่แพทย์กำหนด ทั้งการเชื่อมต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางหรือทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Team : MDT) และช่วยให้การติดตามดูแลมีความต่อเนื่องมากขึ้น ถือเป็นบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ากับการดูแลที่เกิดขึ้นจริงตลอดเส้นทางของคนไข้ (Patient Journey)”
“เทคโนโลยีช่วยให้เรามองเห็นข้อมูลได้เป็นระบบ แต่ Human Touch ช่วยให้ทีมแพทย์ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลเข้าใจบริบทผู้ป่วยได้ลึกขึ้น Longevity Assistant จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อม Clinical Intelligence เข้ากับ Clinical Workflow ทำให้ข้อมูล, ความเชี่ยวชาญของแพทย์, และการดูแลผู้ป่วยสามารถเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพและต่อเนื่อง”
พร้อมกันนี้ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลได้พัฒนา Addwise Comorbid Academy ควบคู่ไปกับตัวแพลตฟอร์ม เพื่อวางมาตรฐานการนำระบบไปใช้จริง ครอบคลุมทั้งการฝึกอบรมแพทย์, การพัฒนาศักยภาพของ Longevity Assistant, และการวางระบบรับรองความสามารถ (Certification) เพื่อให้เทคโนโลยี, บุคลากร, และกระบวนการดูแลรักษาทั้งหมด โดยทำงานอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน

นี่คือหมุดหมายสำคัญของ Intelligent Health Ecosystem ที่เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลกำลังขับเคลื่อน โดยการตกผลึกประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์กว่า 40 ปี มาผสานเข้ากับพลังข้อมูล นวัตกรรมเทคโนโลยี และการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อปักธงสู่ New Standard of Care มาตรฐานการรักษาพยาบาลยุคใหม่ที่ไม่ได้วัดความก้าวหน้าจากความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จากความสามารถในการหลอมรวมข้อมูล, เทคโนโลยี, และจิตวิญญาณความเชี่ยวชาญของแพทย์ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลสามารถมองผู้ป่วยให้ครบและลึกซึ้งกว่าโรคที่เห็น พร้อมส่งมอบการดูแลที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมและตรงจุดที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

